ตอนที่แล้ว วางแผนกันแล้ว คราวนี้มาเริ่มติดตั้ง JHBuild กัน
JHBuild รุ่นล่าสุดสำหรับ GNOME สามารถ check out ได้จาก GNOME SVN:
$ svn co http://svn.gnome.org/svn/jhbuild/trunk jhbuild
คุณสามารถใช้โพรโทคอล svn:// ก็ได้ ถ้า http:// ใช้ไม่ได้ในเครือข่ายของคุณ:
$ svn co svn://svn.gnome.org/svn/jhbuild/trunk jhbuild
(สำหรับคนที่มี svn account กับ GNOME ก็ใช้ svn+ssh:// นะครับ)
เมื่อ check out มาแล้ว สำรวจดูจะเห็น autogen.sh และ configure.ac ดูเหมือนต้องใช้ autotools แต่ไม่ต้องครับ กรณีนั้นใช้กับการ build พวกเอกสารเท่านั้น ถ้าคุณเพียงแต่จะใช้ build โปรแกรมอย่างเดียว ก็นี่เลย:
$ make -f Makefile.plain install
จะติดตั้ง jhbuild ไว้ที่ $HOME/bin ของคุณ แถมติดตั้งเมนูเรียก jhbuild แบบ GUI ไว้ที่เมนู Applications > Programming อีกต่างหาก.. แต่เอาเข้าจริง ผมไม่ได้ใช้ GUI หรอก เพราะส่วนมากจะสั่ง build แบบ background มากกว่า ดังจะกล่าวต่อไป
ค่า config ของ jhbuild กำหนดที่ ~/.jhbuildrc เป็นแฟ้มภาษา python โดยจะมีตัวอย่างของแฟ้มนี้อยู่ในแฟ้ม sample.jhbuildrc ใน source tree ของ jhbuild คัดลอกไปแก้ได้เลย ค่าสำคัญที่น่าสนใจได้แก่:
svnroots['svn.gnome.org'] svn+ssh://... URL จะได้ commit ได้ด้วย แต่สำหรับ anonymous user ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งค่านี้ ยกเว้นกรณีที่ค่าปริยายใช้ไม่ได้ในเครือข่ายของคุณ moduleset 'gnome-2.20' คุณสามารถตรวจดู moduleset ทั้งหมดที่มีอยู่ได้จากไดเรกทอรี modulesets/ ใน jhbuild source tree modules 'meta-gnome-desktop' ซึ่งจะไปดึงเอา official GNOME package ทั้งหมดมา ถ้าคุณสนใจ module อื่นนอกเหนือ official GNOME ก็เลือกเพิ่มได้ เช่น 'meta-gnome-proposed' สำหรับ module ที่เสนอเพิ่มในรุ่นถัดไป, 'epiphany-extensions' สำหรับ extention ทั้งหลายของ epiphany ซึ่ง module นี้ยังไม่อยู่ใน official GNOME ฯลฯ skip checkoutroot prefix /home/gnome-svn ก็กำหนดที่นี่ ที่เหลือก็มีคำอธิบายใน comment ของแฟ้มตัวอย่างนะครับ หรือจะอ่านจาก manual ของ JHBuild ก็ได้
และเพื่อความสะดวกในการเรียก คุณอาจเพิ่ม $HOME/bin ในตัวแปรสภาพแวดล้อม $PATH ของคุณด้วย
ก่อนจะเริ่มใช้ JHBuild คุณควรตรวจสอบเสียหน่อย ว่าขาดแพกเกจจำเป็นอะไรหรือเปล่า โดยสั่ง:
$ jhbuild sanitycheck
ขาดอะไรก็ติดตั้งเพิ่มให้เขานะครับ ที่สำคัญคือ jhbuild ใช้ python ขาดไม่ได้เป็นอันขาด ส่วนเครื่องมือพื้นฐานอย่าง autoconf, automake ฯลฯ พวกนี้ คุณอาจใช้ของระบบก็ได้ หรือจะ build เองด้วยคำสั่งนี้ก็ได้:
$ jhbuild bootstrap
แต่จากประสบการณ์ ผมแนะนำว่าใช้ของระบบดีกว่า เพราะเอาเข้าจริง คุณก็จะสั่ง bootstrap แค่ครั้งเดียวนี่แหละ ในขณะที่ถ้าใช้ของระบบ จะมีการอัปเกรดตามปกติของ distro อยู่ตลอด ทำให้เครื่องมือของคุณไม่เก่า ฉะนั้น พอเริ่มใช้ JHBuild ในเครื่องหลัง ๆ ของผม ผมไม่ใช้ bootstrap เลย แต่พยายามติดตั้งแพกเกจที่จำเป็นให้ครบในระบบ คือ:
เรียบร้อยละ ตอนหน้ามา build กัน
Post new comment